(หน้าที่69) [EGoT] Journal

posted on 09 Sep 2013 01:25 by camelion directory Fiction
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

Sub-Event: 02


Journal

 


 

 

 

กึก กึก กึก เสียงฝีเท้าบนแผ่นหินและเสียงเกราะกระทบกันดังก้องไปมาตามทางเดินที่เงียบสงัด แสงสีส้มจากกองไฟเริ่มจางลงแต่ยังพอมองเห็นทาง วันนี้ช่างแปลก เหล่านักโทษเงียบกริบกันหมด เหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลย

 

คุกอันโดดเดี่ยวบนยอดผาอันสูงชันนี้จะมืดสลัวในยามกลางวัน และมืดจนแทบมองไม่เห็นในยามกลางคืน ยังดีที่พัศดีจะก่อกองไฟตามจุดต่างๆ ทำให้พอมองเห็นอะไรๆได้ แต่เงาวูบวาบตามกำแพงและเพดานมันชวนขนลุกไม่ใช่น้อย


โอเวนกวาดตามองกำแพงหินหนา แล้วถอนหายใจ สงสัยจะไม่อยู่...

ถ้าตอนกลางวันเขาพอจะเดินคนเดียวตามเส้นทางที่วกวนได้ แต่ไม่ขอเสี่ยงยามกลางคืน เดินหลงทางน่ะไม่เท่าไหร่ ดวงตาและรอยยิ้มขบขันของเจ้าหมอนั่นเขาไม่อยากเห็น


โอเวนหันตัวเตรียมออกไป แต่ชะงักเท้าเสียก่อน เรามาทำอะไรที่นี่...คำถามผุดขึ้นมา


ในขณะที่กำลังงง หูได้ยินเสียงกระซิบบางอย่าง เสียงคนสองคนกำลังคุยกัน คิ้วดำขมวดเมื่อจับได้ว่าเสียงนึงเป็นเสียงผู้หญิง ซึ่งถือว่แปลกประหลาด เพราะสาวใช้ทุกคนล้วนไม่กล้าจะเข้าใกล้คุกอากาศ


อัศวินดำหันไปยังทางเดินมืดๆข้างหน้า เขาขยับเดินไปเบาๆเท้าระวังให้เกิดเสียงน้อยที่สุด หูพยายามฟังว่าสองคนนั้นพูดอะไร น่าแปลก เขามั่นใจว่าเขาก้าวไปตามเสียงที่มา และเข้าใกล้แล้ว แต่เสียงคุยกันก็เบาไป และฟังไม่รู้เรื่อง

เขาไม่แน่ใจว่าเสียงผู้ชายเป็นเสียงอดัมหรือเปล่า แต่เขาไม่คุ้นกับเสียงผู้หญิงแน่นอน โอเวนจับใจความไม่ได้ว่าพวกนั้นกำลังพูดอะไรกัน  ไม่เพียงแค่เสียงเบาไป แต่ยังมีบางอย่างที่มันไม่ใช่…บางอย่างที่ติดใจแต่คิดไม่ออกว่าอะไร

 

 

ดวงตาสีเขียวมองเห็นประตูบานหนึ่งเปิดแง้มน้อยๆทั้งที่ประตูทุกบานจะปิดสนิทเสมอ เสียงคุยกันดังออกมาจากที่นี่ และมันยังดังเท่าเสียงกระซิบเหมือนเดิม โอเวนผลักประตูให้เปิดอ้าออก ลมยามราตรีพัดตีหน้า

เสียงนั่นไม่ได้พูดภาษาของเรา…


ชายหนุ่มร่างสูงนั่งอยู่ที่นั่น อยู่ที่ขอบคุกอย่างไม่กลัวจะตก ผมสีน้ำตาลแดงปลิวไปตามสายลมแรง พัศดีหนุ่มหันมามองอัศวินอย่างแปลกใจ เสียงคุยกันเงียบหยุดทันทีที่เขาเปิดประตู

 

 photo GoT34_zps5440d9e0.jpg

 

"....เจ้าทำอะไรอยู่น่ะ"

"หา? ข้าสิต้องถามท่าน สายลมใดกันที่พัดท่านมานี่" อดัมพูดกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี โอเวนขมวดคิ้วมองไปรอบๆ 

 

"ข้าได้ยินเสียง..."

"หืม?"

"ไม่มีอะไร" โอเวนส่ายหน้า "นกของเจ้า..ไม่อยู่รึ?"

 

"โดโลเรส..ก็กินอาหารอยู่นั่นไง" อดัมยกมือขึ้นชี้ข้างๆตัวโอเวน เขาจึงได้ยินเสียงเนื้อถูกฉีกและเสียงเคี้ยว

โอเวนหันมองตาม ลมหายใจหยุดกึกทันทึที่เห็น


ผู้หญิงผมขาวราวกับหิมะใส่ชุดสีดำรุ่งริ่งกำลังก้มฉีกกินร่างของชายคนนึงที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือดกับพื้น อกและท้องถูกฉีกออกเห็นเครื่องใน ใบหน้าซีดขาวและดวงตาเบิกค้าง ดวงตาสีเขียวเหลือบทอง..ผมสีดำ...ใบหน้านั่น มันตัวเขาเอง...

หญิงผมขาวเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ใบหน้านางคะเนอายุไม่ถูก และเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ดวงตานางเป็นสีดำลึกทั้งตาจนเหมือนโดนควักลูกตาออก นางอ้าปากเหมือนจะกรีดร้อง แต่สิ่งออกจากปากมีเพียงเลือดและเศษเนื้อ

 

ดวงตาสีเขียวลืมโพล่งขึ้นมาในทันที เขาจ้องมองเพดานอยู่นานก่อนจะเริ่มกวาดตามองรอบๆ นี่คือห้องนอนของเขา และเขายังนอนอยู่บนเตียง

 

ฝัน...มันแค่ความฝัน… มือยกขึ้นลูบใบหน้าเบาๆเพื่อเรียกสติ หน้าผากเขามีเหงื่อออกโชก ไม่ใช่เพราะอากาศร้อนแน่นอน ร่างสูงพลิกตัวช้าๆเบาๆ ก่อนจะค่อยๆลุกจากเตียง เหมือนยังไม่แน่ใจว่าตัวเองตื่นแน่แล้วหรือยัง

 

เมื่อล้างหน้าล้างตาจนตื่นดี เขาจึงเดินออกจากห้อง อากาศยังคงเย็น ท้องฟ้าข้างนอกยังไม่สว่างดี แต่เริ่มมีเสียงนกร้องแล้ว

 

 

โอเวนเห็นแสงสว่างน้อยๆและเงาคนที่โต๊ะกินข้าว โรบิน เด็กรับใช้ของเขาตื่นเช้าเสมอ เพื่อศึกษาตำราหรือไม่ก็ฝึกซ้อมการต่อสู้ แต่เช้านี้เด็กคนนั้นกำลังตั้งอกตั้งใจกับการขัดเช็ดอานม้าของผู้เป็นนาย

 

 

ผมสีบลอนด์ซีดของเด็กน้อยไหวน้อยๆไปตามการเคลื่อนไหว ใบหน้าตกกระและดวงตาสีฟ้าสดจ้องกับงานในมือจนไม่รู้สึกตัวว่าโดนจ้องอยู่ โอเวนยืนพิงกำแพงมอง ไหล่ของโรบินเริ่มกว้าง แขนและขาเริ่มยาว จมูกเล็กๆก็เริ่มโด่งมากขึ้น


เจ้านกโรบินตัวจ้อยกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เหมือนต้นอ่อนที่ตอนนี้ยังบอบบาง แต่ในอนาคตเจ้าต้นอ่อนนี้จะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง

และเขาผู้เป็นนายของเด็กชาย จะต้องสั่งสอนดูแลเจ้านกน้อยนี้จนปีกแข็งพอให้บินสู่โลกกว้างได้ จนกว่ารากจะหยั่งลงดินต้านลมพายุฝนด้วยตนเอง


“โรบิน..” เจ้าของชื่อสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียก เด็กชายเงยมองอย่างตกใจ

“ท่านเซอร์...ข้าไม่ได้ยินเสียง..ท่านตื่นเร็วนัก” ใช่ นี่ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา โอเวนไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงเดินมานั่งเก้าอี้ข้างๆ เขาโบกมือว่าเด็กชายไม่ต้องลุก

 

อานม้าของเขาดูสะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่จากฝีมือการเช็ดถู นิ้วเรียวยกขึ้นลูบไปตามหนังที่นั่งแบบพอใจ

 

“ทำได้ดี..” เด็กชายรีบก้มหัวรับคำชม แก้มขาวของเด็กชายมักแดงเสมอยามเขาเอ่ยปากชม แม้จะเป็นคำชมสั้นๆง่ายๆก็ตาม โอเวนคิดอะไรบางอย่าง แล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องไม้กล่องหนึ่งออกมา แล้วส่งให้โรบิน เด็กชายรับมาแบบงงๆ

 

 

“อีกไม่นาน..เจ้าจะต้องเริ่มเป็นอัศวินฝึกหัด..ไม่ใช่เพียงเด็กรับใช้ของข้า..ถือว่าเป็นของขวัญเล็กน้อย..”

ดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย มือค่อยๆเปิดกล่องไม้ ก่อนจะร้องด้วยความดีใจแบบลืมตัว โอเวนอดไม่ได้จะยิ้มขำแกมเอ็นดู

 

 

ในกล่องไม้ บนผ้ากำมะยี่สีเขียวเข้มมีมีดยาวใส่ในฝักหนังนอนสงบนิ่งอยู่ รูปทรงดูเรียบๆไม่มีลวดลายอลังการแต่ก็ดูหรูมีค่า ทันทีที่ชักออกมาจากฝัก ใบมีดคมกริบมันวาวสะท้อนกับแสงเทียน แสดงตนว่าเป็นเหล็กชั้นดี


“นี่...จะดีหรือท่านเซอร์..” โรบินถามเสียงแผ่วเบา สายตายังจับจ้องของในมือ “มันดูมีราคา..”

 

“ดีสิ...เจ้าเป็นเด็กรับใช้ของข้า การจัดหาอาวุธให้เจ้าถือเป็นเรื่องปกติ..” มือหนายกขึ้นลูบหัวเด็กชายเบาๆ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ซื่อตรงและจริงจัง ทั้งแววตาและสีหน้าแม้แก้มจะยังแดงอยู่


“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง..ท่านเซอร์..ข้า..โรเบิร์ต แวกซ์ล