(หน้าที่68) [EGoT] The Newest Prisoner

posted on 01 Aug 2013 22:13 by camelion
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Owen Thunderbolt
 

 
 
ตัวเลือก-  1. แนะนำให้เพิ่มทหารคุมทางเข้าห้องขัง 
 
 
 
 

 
 

โอเวนไม่เคยคิดว่าตัวเองฉลาด เขามองว่าตัวเองนั้นยังอ่อนหัด อ่านทางความคิดคนไม่ออก ยังมองอะไรได้ไม่ทะลุ เขาอาจจะโง่เขลาแบบที่พี่สาวเขาเคยว่าแต่เด็ก ย้ำซ้ำๆให้เขาฟังเสมอจนฝังติดลงไปในหัว

โอเวนเองก็ไม่รู้ ว่าตนคิดน้อยเกินไปหรือคนรอบข้างคิดมากเกินไปกัน


 

แต่อดัมเคยบอกว่าเขานั้นซื่อไปจึงมักไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคน ก็เท่านั้น

แต่จะโง่หรือซื่อ โอเวนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันต่างกัน


 

เพราะมันแปลว่า ไม่รู้ เหมือนกันทั้งสองอย่าง


 

----------------


การพิจารณาคดีขั้นต้นจบลงแล้ว นักโทษคนนั้นโดนคุมตัวไป โอเวนหันมองตามกลุ่มทหาร เขาคลับคล้ายว่าเคยเห็นชายหนุ่มอยู่บ้าง ฟลานน์เป็นชายหนุ่มที่ดูธรรมดา ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้รูปหล่องดงาม


โอเวนพอจะจำได้ว่าชายหนุ่มดูจะชอบพูดคุยเข้าหาผู้คน จำได้ว่าเคยมีครั้งหนึ่งที่โอเวนเห็นฟลานน์อยู่ในกลุ่มคนใช้หนุ่มๆลงไปหาเหล้าดื่มที่หมู่บ้านข้างล่างด้วยซ้ำ แต่โอเวนไม่แน่ใจว่าเคยเห็นฟลานน์คุยกับสาวคนใช้หรือเปล่า....

 

ก็ดูเป็นชายธรรมดา ไม่มีอะไรแปลก


แต่นิ่งเกินไป...โอเวนนึกสงสัยว่าชาวบ้านคนสามัญจะมีท่าทีนิ่งสงบได้ขนาดนี้เลยหรือ ตามปกติที่เขาเคยเห็นมา อย่างน้อยก็จะต้องมีท่าทีหวาดกลัวหรือโมโหบ้าง แม้จะเก็บอาการแค่ไหนก็ตาม


แต่ชายหนุ่มกลับดูสงบนัก เพราะหลงรักเด็กสาวคนนั้นรึ?


นีฟ สาวใช้ของเลดี้อิซาโบ นางเป็นคนไม่ช่างพูด มีนัยน์ตาโศกอ่อนหวาน มีรอยยิ้มที่น่าเอ็นดู ท่าทีที่เรียบร้อยและมีกิริยาที่น่ารัก นางมีเรือนผมสีน้ำตาลแดงที่สดใส นางมักไปไหนมาไหนกับอิซาโบเสมอ เขาจึงจำนางได้ดี


เขามองว่านีฟเหมือนกับลีช่า สาวทำความสะอาดที่มีใบหน้าน่ารักประดับด้วยรอยยิ้มดูอารมณ์ดีเสมอ ดวงตาของนางสีอำพันกลมโตที่ดูสดใส และชอบฮัมเพลงยามทำงานด้วยเสียงที่อ่อนโยน สาวใช้ทั้งสองทำให้ปราสาทเอียริดูสดชื่นขึ้น


เรื่องเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็กดีเช่นนีฟเลย...


อัศวินดำกำลังจะก้าวเท้าตามอิลเกออกจากห้องโถงไป แต่เหยี่ยวบนไหล่ร้องออกมาเบาๆและหันมองไปทางหนึ่ง เมื่อโอเวนหันตามจึงเห็นร่างเล็กๆกำลังเดินตรงมาที่ตน


“เซอร์โอเวน..” เลดี้แห่งเอียริ อิซาโบ แอร์รินได้เรียกเขาพร้อมเงยหน้ามอง โอเวนก้มหัวรับคำขาน

“มายเลดี้..” เขาพูดอย่างสุภาพเช่นเคย “มีอะไรให้ข้ารับใช้...”


“ข้าอยากมั่นใจว่า นักโทษคนใหม่ จะมีเวลาสำนึกถึงสิ่งที่เขากระทำเมื่ออยู่ที่คุกอากาศ..” สีหน้าของอิซาโบยังสงบราบเรียบ แต่มือที่กำแน่นและแววตาบอกได้ว่าใจของนางมิได้สงบเช่นท่าที

ท่านหญิงกำลังพยายามยิ่งในการข่มความโกรธของตน


โอเวนมองมือน้อยๆที่กำแน่น เขารู้สึกดีใจแทนนีฟที่ผู้เป็นนายให้ความสนใจและเป็นเดือดแค้นแทนตัวเองเช่นนี้ เลดี้อิซาโบใส่ใจดูแลและปกป้องคนในปกครองของตนเป็นอย่างดี นางพร้อมจะยืนหยัดเพื่อเป็นปากเสียงแทนคนของนางที่ไร้เสียงจะร้องขอความเป็นธรรม

เป็นคุณสมบัติของผู้นำในตัวเลดี้อิซาโบที่เขานับถือและชื่นชมนัก


“ผู้ใดที่ก้าวเท้าเข้าไปในคุกอากาศ ล้วนได้พบเจอกับความน่ากลัวของคุกทั้งสิ้น...มายเลดี้โปรดวางใจ” คำพูดของโอเวนไม่เพียงแค่อยากให้อิซาโบได้คลายใจและผ่อนโทสะลง แต่เขาคิดเช่นนั้นจริง

อัศวินดำมองข้างกายของอิซาโบ สาวร่างเล็กผมสีน้ำตาลแดงคนนั้นไม่ได้มาด้วย นางไม่ได้อยู่ข้างกายอิซาโบเช่นทุกที


“เด็กคนนั้น...เป็นยังไงบ้าง..” น้ำเสียงที่เรียบเฉยของโอเวนดูจะอ่อนลงเล็กน้อย ส่วนอิซาโบดูแปลกใจเล็กๆที่เขาเอ่ยถามออกมา กำปั้นของนางดูคลายออกนิด

“ดีขึ้นบ้างแล้ว...ข้าหวังว่านางจะหายดีในวันที่คนที่ทำร้ายนางถูกลงโทษ..” อิซาโบยกยิ้มน้อยๆให้โอเวน


“ข้านึกว่าจะไม่มีบุรุษใดในเอียริ นึกเป็นห่วงสาวใช้ของข้าเสียแล้ว...” น้ำเสียงฟังดูดีใจผสมกับตัดพ้อเบาๆ โอเวนชะงักไปนิด ก่อนจะมองอิซาโบด้วยแววตาที่อ่อนลงมาก


สำหรับโอเวน เขารู้ว่าสตรีมีหลายแบบ ดั่งเช่นดอกไม้ที่มีหลายชนิด


ดอกไม้งามที่หนามแหลมคมรอบตัว ดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมล่อแมลงที่หลงมึนเมา ดอกไม้ที่มีพิษเพียงสูดดมเข้าไปก็มีสิทธิ์ถึงตาย ดอกไม้ที่ไร้กลิ่นไร้สีสันแต่กลับมีสรรพคุณทางยา ดอกไม้ที่ไม่มีความสวยงามแต่แกร่งกล้าทนแดดลมและฝน ดอกไม้ที่ดอกเล็กแต่กลับแกร่งเกินตัว ลมแรงเพียงใดก็ไม่หักล้ม

รวมไปถึงดอกไม้ที่สวยงามหวานทั้งรูปร่าง สีสัน กลิ่น และดอกไม้ที่เล็กกระจ้อยร่อยบอบบางอ่อนแอ


สตรีเองก็ไม่ต่างจากดอกไม้ บุปผายังมีชนิดที่ต่างกันไปสตรีก็เช่นกัน ผู้หญิงทุกคนใช่จะหัวอ่อนไร้เดียงสา แต่ก็ใช่ว่าจะมีพิษสงกันทุกคน การปฎิบัติต่อผู้หญิงแต่ละคนของโอเวนจึงต่างกันไป


กระนั้น โอเวนไม่เคยประมาทผู้หญิง เขาได้เห็นตัวอย่างความร้ายกาจของพี่สาวมาเยอะ แม้สตรีจะมีกำลังที่ด้อยกว่าบุรุษ แต่นางสามารถฆ่าคนให้ตายทั้งเป็นได้ แม้แต่สาวที่เรียบร้อยหัวอ่อน ยามภัยมาถึง นางก็สามารถเปลี่ยนตัวเองจากแมวน้อยมาเป็นนางสิงห์เพื่อป้องกันตัวได้เหมือนกัน


แต่ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวเช่นใด การดูหมิ่น ละเลย หรือข่มเหงรังแกคือสิ่งที่ไม่ควรกระทำ นี่คือสิ่งที่โอเวนคิด


“ดีแล้ว...เด็กดีเช่นนางไม่ควรเจอเหตุการณ์อะไรเช่นนี้...” เขาพูดด้วยเสียงอ่อนโยนจากที่เคย ซื่อตรงและจริงใจ “นางคงสะเทือนใจ...ขอฝากความห่วงใยให้แก่นางด้วย..”

“..ขอบคุณท่านมาก..เซอร์โอเวน...นีฟคงซึ้งใจนัก” โอเวนมองท่านหญิงยิ้มให้ตนด้วยความขอบคุณ เขาเพียงแค่ก้มหัวรับคำ และโค้งให้นางยามนางเดินจากไป


ไม่แน่ใจนักว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่โอเวนรู้สึกว่าอิซาโบชอบคุยกับเขา โอเวนรู้ตัวดีว่าตนไม่ใช่คนพูดเก่ง หรือปากหวานเช่นที่สาวๆชอบ แต่เขาสัมผัสได้ ถึงความเหงาอ้างว้างและโดดเดี่ยวของอิซาโบ การที่นางชอบคุยกับเขา อาจจะเพราะอยากได้เพื่อน ดังนั้น เขาจึงพยายามพูดคุยกับนาง แต่ก็ระวังไม่ให้เกินงามจนคนเอาไปพูดให้เลดี้ของตนเสียหายได้  


เขาไม่มีเจตนาใด นอกจากให้นางได้หายเหงา และมีเพื่อนคุยคนอื่นบ้างนอกจากคนรับใช้ของนาง


อิซาโบคือดอกไม้งามล้ำค่า ที่เขาเทิดทูนและปกป้องด้วยชีวิต เช่นเดียวกับลอร์ดเหนือหัวของเขา


------------------------


ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ แปรจากสีส้มและสีชมพูเป็นสีม่วงและสีน้ำเงิน เทียนในปราสาทจึงถูกจุดขึ้น แสงสีทองเริ่มเรืองรองขึ้นมา เพื่อให้ความสว่างแทนที่แสงตะวันที่ลาลับไป


โอเวนมองแผ่นหลังของลอร์ดอิลเก แอร์รินผู้เป็นนาย ในขณะที่เดินตามไป

โดยปกติทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก โอเวนไม่ใช่คนช่างพูด  เขาประหยัดถ้อยคำ และเงียบกริบเหมือนรูปปั้น เหมือนเงาที่อยู่ข้างหลังเสมอ


เขามองท่าทีของอิลเก แล้วก็เหมือนทุกที เขาอ่านความคิดของผู้เป็นนายไม่ออก แม้อิลเกจะมีท่าสบายๆและเป็นกันเอง เหมือนคนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่อัศวินดำไม่เคยคิดแบบนั้น


ตลอดเวลาเขารู้สึกว่ามีความคิดอะไรหลายอย่างแอบซ่อนเอาไว้ใต้ใบหน้ายิ้มแย้มและท่าทีไม่ทุกข์ร้อนนั้น เพียงแต่เขาไม่เคยอ่านออกว่าลอร์ดของตนคิดอะไรอยู่


“มีอะไรหรือเปล่า เซอร์โอเวน” อิลเกถามอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาชำเลืองมองโอเวนเพียงเล็กน้อย

“...ไม่มีอะไร มายลอร์ด” เขาพูดเรียบๆ หลังจากนั้นก็เงียบกันไป สักพักที่อิลเกจะเอ่ยต่อ

“ข้าเห็นท่านหญิงเรียกเจ้าคุย เรื่องนักโทษสิ ข้าเดา”


“เรื่องนักโทษ มายลอร์ด...ท่านหญิงต้องการความมั่นใจว่าคนผิดจะได้รับการลงโทษและสำนึกผิด คนของนางจะได้รับความเป็นธรรม...” โอเวนพูดไปตามตรง อิลเกเพียงชำเลืองมองโอเวนอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ นายของเขาไม่ได้สนใจจะพูดคุยอะไรกับเขาอีก


ดวงตาสีน้ำตาลของลอร์ดแอร์รินไม่แสดงอารมณ์หรือความคิดใดๆ ดวงตาของอิลเกนั้นลึกล้ำ เหมือนไม่มีอะไรนอกจากความไม่ยี่หระสนใจหรือความอารมณ์ดีเป็นกันเอง มันมีหลายอย่างแอบซ่อนอยู่ในนั้น


และเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ลอร์ดแอร์รินกำลังขบคิดอยู่ในใจ โอเวนสังเกตแต่ไม่ได้เอ่ยปากถาม และอิลเกก็ไม่คิดจะพูด


โอเวนโค้งให้อิลเกเมื่ออีกคนกลับเข้าไปในห้องตามเดิม เขารอให้ประตูปิดลงจึงหมุนตัวไป เท้าทั้งสองเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน พลางคิดถึงท่าทีของฟลานน์ไป  


เขาเดินลงบันได้แล้วชะงักเท้าเมื่อเห็นเด็กรับใช้ของตนยืนรออยู่ที่เชิงบันได สีหน้าของเด็กหนุ่มดูอึดอัดผสมกับหงุดหงิดอะไรบางอย่าง

“ท่านเซอร์...มีคนมารอพบท่าน” โอเวนเลิกคิ้วนิด แล้วเดินตามเด็กของตนไปยังห้องทำงานเล็กๆห้องนึง เขารู้ทันว่าใครมาตั้งแต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าไปในห้อง


เพราะดาร์กไนท์นกเหยี่ยวแสนรักของตนอยู่ดีๆก็พองขนกางปีก แล้วส่งเสียงร้องเบาๆ ดวงตาของมันมองเข้าไปในห้องอย่างเฉียบคมและระแวงระวัง


“...อดัม...” โอเวนพูดเบาๆ เรียกให้คนที่กำลังนั่งเอียงคอบนเก้าอี้มองเปลวเทียนในห้องหันมาสนใจตน อดัมหันมามองเขาตามเสียงเรียก พัศดีแห่งคุกอากาศลุกขึ้น เขายังคงยิ้มอย่างว่างเปล่าเหมือนทุกที


“เซอร์โอเวน ขอโทษที่รบกวนยามนี้ ข้าเดาว่าท่านกำลังจะกลับที่พักเพื่อพักผ่อนแล้ว เจ้าด้วยนะ สุดหล่อ” อดัมยกมือโบกทักทายเหยี่ยวบนไหล่ของโอเวน แต่มันยิ่งลู่หัวลงและกางปีกส่งเสียงร้อง เหมือนพร้อมจะบินไปโฉบจิกหัวอดัมทันทีที่ได้จังหวะเหมาะๆ


โอเวนถอนหายใจเบาๆ “มีธุระอะไร..ทำไมไม่รอพรุ่งนี้” เขายกมือลูบขนของดาร์กไนท์เบาๆเพื่อให้มันสงบ

“อืม...จะพรุ่งนี้ก็ได้อยู่น้า..” อดัมลากเสียงยาวยานคาง “แต่กลัวว่าท่านจะตำหนิข้าเอาน่ะสิ ถ้ามีเรื่องน่าสนใจแต่ไม่เอามาบอกท่านน่ะ” พูดจบแล้วหัวเราะคิกคัก ดวงตาสีน้ำตาลทองเป็นประกายสนุกสนาน


“เรื่องน่าสนใจ...อะไร” โอเวนขมวดคิ้วนิด แล้วส่งดาร์กไนท์ให้เด็กรับใช้ แล้วโบกมือให้ทั้งคู่ออกไปก่อน เด็กหนุ่มชำเลืองมองอดัมอีกครั้งก่อนจะหันออกไป โดยมีเหยี่ยวสีเข้มเกาะบนแขนตน มันส่งเสียงขู่ในคอ

“ก็เรื่องน่าสนใจน่ะสิ” อดัมหัวเราะ เขามองใบหน้าของโอเวนไม่วางตา แต่มือค่อยๆไล้ลูบไปตามลวดลายแกะสลักบนพนักพิงเก้าอี้ “นักโทษน่ะนะ พอก้าวเท้าเข้าไปในคุกก็โวยวายใหญ่เลย”

“โวยวาย?” โอเวนทวนคำแล้วขมวดคิ้ว ตอนที่เผชิญหน้ากับลอร์ดอิลเก ฟลานน์ดูสงบเยือกเย็นมาก แต่พอก้าวเท้าเข้าไปในคุกกลับส่งเสียงโวยวาย เริ่มรู้สึกกลัว? งั้นหรือ?


“อืม มันโวยวายอิดออดขอให้เปลี่ยนห้องน่ะ บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดหนักมากเสียหน่อย ใยต้องอยู่ห้องที่แย่และน่าหวาดเสียวสุด ห้องนู้นก็ไม่เอา ห้องนี้ก็ไม่ได้ ทหารที่คอยคุมตัวอยู่ร่ำๆจะโยนมันลงผาเพราะความเรื่องมากเชียวล่ะ ข้าเห็นแล้วตลกดีจัง ความอดทนของพวกทหารนี่มีกันน้อยนะ

“...เจ้าพานักโทษเดินหาห้องงั้นหรือ...”

“ท่านจะให้ข้าอุ้มมันหรือไงเล่า” อดัมพูดย้อนแบบขบขันและหัวเราะคิกคัก วันนี้ดูมันจะอารมณ์ดีคึกคักเป็นพิเศษ

“แล้วมันก็พูดผิดเสียที่ไหน ก็แค่คดีลวนลามสาวคนใช้ ไม่ได้หนักหนาอะไรมิใช่รึ?” โอเวนขมวดคิ้วมากขึ้น ก่อนจะพยักหน้าให้อดัมพูดต่อ

“แล้วพอเดินผ่านห้องนึง นักโทษในนั้นก็ส่งเสียงล่ะ เอ๊ะๆ ปกตินักโทษเวลาได้ยินเสียงคนเดินก็คร่ำครวญกันอยู่แล้วอ่ะน้า แต่เจ้าคนนี้มันตะโกนเชียวล่ะ แต่ไม่ได้ตะโกนขอให้ปล่อยตัวนะ”


“มันตะโกนว่า?”

“ก็ด่าทอสาปแช่งด้วยคำหยาบคาย แต่คราวนี้มีการพูดว่า ‘ขอสาปแช่งให้พวกมันทุกๆคนตกลงสู่กำมือของพระวิเทศี พวกมันทุกคน ไอ้พวกระยำแอร์ริน’ ด้วยล่ะ” อดัมพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ เขามองกิริยาของคนตรงหน้า แล้วก็ไม่ผิดหวัง ช่างคาดเดาได้ง่ายจริงๆ


ดวงตาสีเขียวประกายทองวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธ โกรธคนที่มันบังอาจกล่าววาจาเช่นนี้ต่อนายเหนือหัวของตน บังอาจกล่าวคำสาปแช่งและคำหยาบคายต่อสายเลือดแอร์รินอันสูงส่ง...


“ใคร....ที่มันอาจหาญพูดเช่นนี้...” เสียงของโอเวนต่ำกว่าทุกที ฟังเหมือนเสียงขู่ของสัตว์ที่โกรธจัด

“ก็คนที่ท่านชอบไปเยี่ยมอยู่บ่อยๆไงล่ะ..ท่านโอเวน” โอเวนชะงักไป


“.......อังเดรย์ ดอนไนเกอร์...”


“ไม่แค่นั้นหรอกนะ” อดัมเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วอ้อมไปด้านหลังโอเวน “มันน่าสนใจที่ว่า เจ้านักโทษคนใหม่ของเราน่ะ สงบลงไปในทันทีเลยล่ะ”


โอเวนหันมองอดัม แววตาของชายหนุ่มยังคงเหมือนเดิม นอกจากความสนุกสนานตื่นเต้นแล้วก็ยังไม่มีสิ่งใด


“มันเลือกห้องได้อย่างไม่ยากเย็น แล้วเข้าห้องไปอย่างสงบเรียบร้อยเชียว และไม่โวยวายอีกเลย พวกทหารดูโล่งอกนักที่นักโทษของเราเลิกงอแง แล้วท่านล่ะ? รู้สึกโล่งอกเหมือนพวกเขาหรือไม่?”


ไม่... ไม่เลยสักนิด.. โอเวนมองหน้าอดัมด้วยสีหน้าที่ดูหวาดระแวงและกังวลขึ้นมาทันที เขาไม่เคยไว้วางใจที่อดีตลอร์ดดอนไนเกอร์อยู่ในคุกอากาศเลย แม้อีกฝ่ายจะดูเหมือนเป็นบ้าไปแล้ว และโดนคุมขังอย่างแน่นหนา แต่ความระแวงก็ยังไม่เคยจางหายไป


คนที่วางแผนสังหารลอร์ดแห่งแอร์ริน และป้ายสีให้กับไฮสจ๊วตแห่งเอียริได้นั้น จะสิ้นพิษสงอย่างง่ายๆเชียวรึ ไม่มีทาง...ไม่มีทางจะวางใจ ไม่มีทางจะโล่งอก


“...มีอะไรอีกไหม..” โอเวนคลายกำปั้นลง กำหมัดแน่นจนเกร็งไปทั้งมือแบบนี้เมื่อไหร่กันนะ....

“สีหน้าท่านเมื่อครู่ดูดีมาก” มันหัวเราะ แล้วยกมือจับปลายผมหยักศกสีดำสนิทเบาๆ มันนุ่มและลื่นมือ

“มีอะไรอีกไหม!” ชายผมดำย้ำคำถามเดิมเสียงดังขึ้นพร้อมจับรวบผมตนไม่ให้จับ เขารู้สึกหงุดหงิดนักที่เผลอแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกมาให้อีกฝ่ายได้สนุก อดัมดูสนุกเสมอที่เห็นเขาแสดงอารมณ์ออกมา


โอเวนสูดลมหายใจลึกๆ ใจเย็นๆ...คำพูดของอดัมนั้นมักก่อความสับสน แล้วอีกคนพูดจริงรึ...


“ถามทหารที่คุมตัวนักโทษและคนที่ไปเฝ้ายามที่คุกก็ได้นะ ว่าข้าพูดจริงหรือไม่” ราวกับอ่านใจออก

“อย่าทำหน้าสงสัยแบบนั้นสิ ข้ารู้จักท่านมากี่ปีกัน ข้าเดาได้น่า ว่าท่านระแวงว่าข้าพูดความเท็จหรือเปล่า ท่านน่ะ เดาความคิดและอารมณ์ได้ไม่ยากหรอกนะ” อดัมพูดพร้อมฉีกยิ้มกว้างจนตาปิด โอเวนขมวดคิ้วมากขึ้นกับความนกรู้แบบนี้


ใช่ อดัมเดาทางเขาได้เสมอ และอ่านใจเขาได้ถูกแทบทุกครั้ง

แต่เขากลับเดาความคิดของอดัมแทบไม่ได้ เพียงผิวเผินเท่านั้นที่เขาเข้าใจ


มันทำให้อัศวินดำหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่เขาทำมีเพียงหลับตาหายใจเข้าลึกๆสงบอารมณ์ แล้วปรับสีหน้าตนให้เรียบเฉยเหมือนเดิม


“ท่านเห็นอะไร..” เสียงนุ่มกระซิบข้างหู โอเวนลืมตาขึ้นมาทันที อดัมอยู่ข้างหลังเขาในตอนไหนก็ไม่รู้ ชายหนุ่มก้มลงเล็กน้อยพูดกระซิบข้างหูของโอเวน

“ท่านเห็นอะไร...” มันถามย้ำคำเดิม แล้วยกมือจับไหล่ของโอเวนอย่างแผ่วเบา “ท่านคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป..เหยี่ยวดำที่สง่างามของข้า..” แผ่วเบา ไม่โอบกอดหรือกอดรัด แต่อึดอัด หนักอึ้ง


“หากช้าไปจะไม่ทันการณ์...รู้ไหม...” อดัมมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของโอเวน

ใบหน้าคม จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง ดวงตาสีเขียวที่สะท้อนสีทองมากขึ้น ผิวที่ดูนวลผ่องด้วยแสงเทียนแม้จะมีริ้วรอยของอายุและไรเครา เส้นผมสีดำสนิทที่เงางามมีกลิ่นหอมอ่อนๆของไม้สนและกำยานเช่นผิวตัว เขายกมือใช้นิ้วเกลี่ยแก้มซ้ายของอัศวินสีดำเบาๆ


นั่นทำให้ชายผมดำหลุดจากภวังค์ แล้วตีศอกที่ใส่เกราะเข้าท้องของอีกคนทันทีด้วยความตกใจ


“อ่อก!” อดัมทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกุมปากกุมท้องไว้ ความเจ็บสะเทือนไปทั่วท้องแม้เขาจะใส่เสื้อเกราะโซ่ไว้ ชายผมน้ำตาลแดงแทบจะอ้วกออกมา เจ็บเสียจนยืนไม่อยู่ ก่อนจะเงยหน้าสูดลมหายใจ รอยยิ้มอย่างสุขสันต์ฉาบบนใบหน้า รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลย...


“...จับตาดูนักโทษทั้งสองเอาไว้..และคอยรายงานให้ข้าเสมอ อย่าได้ละสายตาแม้แต่นิดเดียว...” ความเยือกเย็นกลับมาอีกครั้ง สีหน้าโอเวนดูสงบลง

“ตามนั้น ที่ท่านต้องการ เหยี่ยวดำที่สง่างามของข้า” อดัมกางมือออกแล้วโค้ง มันยิ้มแบบสมใจเหมือนเด็กได้ขนมหวาน โอเวนหายใจดังเฮือกอย่างระอาแกมหงุดหงิดแล้วเดินออกจากห้องไป


----------------------


อัศวินหนุ่มเดินไปช้าๆอย่างใช้ความคิดหนัก ท้องฟ้ามืดลงไปเรื่อยๆ ดวงจันทร์เริ่มลอยเด่นบนฟ้า เงาของเสาทอดยาวไปตามพื้นและกำแพง เขาหยุดเดิน แล้วพิงเสาที่อยู่ใกล้ๆต้นหนึ่ง


“..ท่านเซอร์?...” เด็กรับใช้ส่งเสียงเรียบเบาๆ แต่โอเวนยังคงก้มหน้า ร่างในเกราะสีดำยังยืนนิ่งพิงเสา เขายกมือลูบคางตนเบาๆแบบใช้ความคิด หากช้าไปจะไม่ทันการณ์... คำพูดของอดัมยังวนเวียนในหัว

ดวงตาสีเขียวหลับลง แล้วลืมตาขึ้นอย่างตัดสินใจได้ เขาพยักหน้าให้เด็กรับใช้รีบตามตนมา


มีบางอย่างที่เขาต้องการทราบจากปากสาวใช้นามว่านีฟให้แน่ใจ ตอนนี้นางอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่...ท้องฟ้ามืดลงเรื่อยๆตามเวลาของมัน นี่อาจจะไม่สมควรถูกต้องที่อัศวินเช่นเขาจะไปพบเจอเลดี้ในยามวิกาล แต่เขารู้สึกว่าไม่ควรจะปล่อยเวลาผ่านเลยไปอย่างเสียเปล่า


เพียงไม่นาน โอเวนก็เห็นคนที่ตนตามหา เลดี้อิซาโบยังไม่เข้านอน นางยังนั่งอยู่ที่ขอบริมระเบียงทางเดิน ผิวขาวของอิซาโบดูผุดผ่องนวลตายามเมื่อต้องแสงจันทร์อันอ่อนโยน ข้างกายของนางมีหญิงสาวอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งสองกำลังคุยกันเบาๆ


“มายเลดี้...ขออภัยที่รบกวน” โอเวนโค้งให้กับอิซาโบ เขารักษาระยะห่างไม่ให้เข้าไปใกล้มาก และยิ่งระวังมากขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กสาวที่กำลังคุยกับอิซาโบคือนีฟ ดวงตาของนางเบิกโตตกใจ มันไม่ดูสดใสเหมือนเช่นเคย มีแต่ความหวาดกลัวและหวาดระแวง ร่างกายของนางห่อเล็กลงราวกับพยายามป้องกันตัวอย่างน่าสงสาร


จะใจร้ายไปหรือเปล่า..โอเวนนึกสงสัย แต่เขามีบางอย่างจำเป็นต้องถาม


นายหญิงแห่งแคว้นผาสูงหันมาทางอัศวินดำตามเสียงเรียก นางลุกขึ้นอย่างสง่างามองอาจ แล้วเบี่ยงตัวยืนบังสาวใช้ไว้เหมือนพี่สาวปกป้องน้องสาว  สาวใช้แอบอยู่หลังนายตนราวกับที่พึ่งพิ่งที่ปลอดภัยยิ่งกว่าที่ใด


“เซอร์โอเวน?” นางดูฉงนไม่น้อยที่หัวหน้าองครักษ์มาพบนางในยามนี้ เขาก้มหัวรับคำ ดวงตาสีเขียวมองนีฟเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตามองอิซาโบ  

“ข้ามีเรื่องอยากจะสอบถามสาวคนใช้ของท่าน... ไม่ทราบว่าสะดวกหรือไม่” น้ำเสียงเขายังสงบ แต่แววตาเขาจ้องอิซาโบอย่างคาดหวังในคำตอบ และสีหน้าที่ปกติจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆดูกังวลใจเล็กน้อย


ดวงตาสีฟ้าซีดมองโอเวนเหมือนใช้ความคิด ครู่นึงใบหน้างามจึงพยักหน้าเบาๆ

“ข้าอนุญาต...คำถามท่านคืออะไร” “ข้าต้องการรู้ว่านีฟ สาวใช้ของท่านรู้จักกับนักโทษของเราหรือไม่ หรือเคยพูดคุยกันหรือเปล่า..และรู้เรื่องภูมิหลังของนักโทษบ้างหรือไม่” โอเวนหยุดช่วงนิด เขาเห็นว่าไหล่บางๆของสาวใช้เริ่มสั่น


“ข้ารู้..ว่าเจ้ากำลังเจ็บปวดหวาดกลัว.. และไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องนี้..แม่นาง แต่ข้าต้องการทราบ..โดยเร็วที่สุด” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อิซาโบหันไปหานีฟ แล้วลูบหลังมืออีกคนเบาๆอย่างปลอบประโลม

“ตอบเซอร์โอเวน เหมือนที่เจ้าตอบข้า” น้ำเสียงของอิซาโบฟังดูนุ่มนวลจากที่เคย สาวใช้สูดลมหายใจลึก แล้วหันมองโอเวนเต็มตา นางพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น

“ข้าเคยเห็นเขา...หลายครั้งในหมู่คนใช้ชาย.. ข้ากับเขาเคยคุยกันเพียงสองสามครั้ง...ก่อน...” เสียงของนางหายไป ใบหน้าซีดลงและเริ่มสั่นเทา แต่เมื่อนายหญิงบีบมือนางเป็นเชิงปลอบขวัญ นางจึงพยายามพูดต่อ


“เจ้ารู้เรื่องของชายคนนั้นบ้างหรือเปล่า...” อิซาโบทวนอีกคำถามที่นางยังไม่ได้ตอบ เรือนผมสีน้ำตาลแดงขยับเบาๆ นีฟส่ายหน้าปฎิเสธ

“ข้ารู้เพียงเขาชื่อฟลานน์...อย่างอื่นไม่ทราบเลย..ท่านหญิง ท่านอัศวิน...” อิซาโบพยักหน้าเบาๆพลางลูบมือสาวใช้คนสนิทของตน ในขณะที่โอเวนขมวดคิ้ว ดวงตาสีเขียวหรี่ลงเหมือนใช้ความคิด


“แปลกจริง...ฟลานน์บอกว่าต้องการเจ้า..ทั้งที่ไม่เคยแสดงความสนใจเจ้ามาก...แปลก” เขายกมือลูบคางตนเบาๆ

นีฟไม่พูดอะไร นางส่ายหน้าพึมพำเสียงเครือไม่ได้ศัพท์ อิซาโบทอดตามองสาวใช้ของตนอย่างสงสาร ก่อนจะหันมาทางชายผมดำที่ลูบคางมองพื้นเหมือนกำลังขบคิดหนัก


“เซอร์โอเวน ท่านมีคำถามใดอีกหรือไม่?” นั่นทำให้โอเวนรู้สึกตัว แย่นัก..คำพูดของข้าคงทำนางสะเทือนใจ.. เขาคิดในขณะที่ส่ายหน้าช้าๆ ข้อมูลจากนีฟคงมีให้เขาเพียงเท่านี้ โอเวนมองท่านหญิงตนแบบชั่งใจ ก่อนจะพูดเบาๆ


“ท่านหญิง...ข้าคิดว่าคดีนี้อาจจะมีลับลมคมในมากกว่าที่พวกเราจะคิด..ข้ารู้สึกพฤติกรรมของนักโทษแปลกนัก”

“แปลกอย่างไร? เซอร์โอเวน”

“นักโทษมีท่าทีแปลกๆ เลดี้... ทั้งความนิ่งสงบยามเผชิญหน้ากับมายลอร์ด..แต่ตอนโดนจับเข้าคุกอากาศกลับโวยวาย และขอเดินวนไปมาเพื่อเปลี่ยนห้องไป แต่พอมีนักโทษผู้นึงตะโกนขึ้นมา มันกลับมีท่าทีที่สงบลงและไม่โวยวายต่อ...เลดี้”


“นักโทษผู้นั้นคือ อังเดรย์ ดอนไนเกอร์” โอเวนเงียบ แล้วรอดูท่าทีของท่านหญิงของตน


“ดอนไนเกอร์..” เลดี้แห่งเอียริพูดทวนชื่อเบาๆ นางหลุบตามองมืออย่างตัวเองอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องโอเวน


“เช่นนั้น ข้าคิดว่าเราควร’ดูแล’นักโทษคนใหม่ให้ดีกว่าเดิม เซอร์โอเวน...” แววตาและน้ำเสียงนางสงบแบบแฝงด้วยความเด็ดขาด “ท่านช่วยเพิ่มกำลังทหารเวรยามที่คุกอากาศด้วย..”

“รับทราบ...มายเลดี้ ข้าจะดูแลนักโทษคนใหม่ของเราให้ดีกว่าเดิม... ข้าจะแบ่งกำลังทหารส่วนหนึ่งเพิ่มไปคุกอากาศ” อัศวินดำก้มหัวรับคำสั่ง “ถ้าเช่นนั้น...ข้าจะรีบไปสั่งการทหารเดี๋ยวนี้ตามคำสั่งของท่าน มายเลดี้ เพราะข้าเองก็คิดเช่นนั้น..เราควรระวังไว้..”


สายตาของโอเวนเบือนมองสาวใช้ที่ยังจับมือของอิซาโบแน่น นางยังก้มหน้า เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ใช้ในเวลาพูดกับน้องสาวหรือลูกสาว

“ข้าขอโทษ...ถ้าคำถามของข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดีขึ้นมา..ขอให้เจ้ากลับมาสดใสในเร็ววัน..” สายตาและน้ำเสียงของเขากลับมาจริงจังอีกครั้งในยามหันมาสบตากับอิซาโบ เขาโค้งให้นายหญิง


“ขอให้มายเลดี้ระวังตัวไว้...ไม่ว่าจะเจออะไร ข้าจะปกป้องและลอร์ดแอร์รินอย่างสุดกำลัง” อัศวินสีดำกำมือแน่น ดุจให้คำสาบาน

โอเวนยืดตัวตรงแล้วหันจากไปพร้อมเด็กรับใช้ ยังมีเรื่องที่เขาต้องจัดการในค่ำคืนนี้อีก



--------------------------



ท้องฟ้าได้มืดสนิทแล้ว เวลาล่วงเข้ายามดึกมาก ยิ่งท้องฟ้าและหมู่เมฆแปรเป็นสีเข้มที่เกือบเป็นสีดำ ดวงจันทร์ฉายแสงโดดเด่นมากขึ้น อัศวินดำเดินก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานของตน ที่มีเพียงโต๊ะทำงาน โต๊ะวางของริมห้อง ตู้หนังสือ และเก้าอี้สำหรับแขก

ดาร์กไนท์กางปีกบินไปเกาะขอนไม้ของตน แล้วหุบปีกลงพร้อมหลับตา โอเวนยกมือไล้ขนนุ่มของเหยี่ยวตนแล้วเกาคอมันเบาๆ มันเอียงคอซบมือเขา เจ้านกเหยี่ยวดูง่วงมากแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาจะกลับที่พัก...


อัศวินหันมองเด็กรับใช้ของตนที่ตรงไปยังโต๊ะทำงาน แล้วหยิบปากกาขนนกตวัดวาดไปบนกระดาษเปล่าอย่างชำนาญและรวดเร็ว ทั้งห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงปากกาและเสียงกระดาษขยับเท่านั้น

“แบบนี้ใช้ได้หรือไม่ ท่านเซอร์” เด็กหนุ่มส่งกระดาษให้โอเวนดู เขารับไปพิจารณา

“...ใช้ได้ ขอบใจเจ้ามาก...” เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ในทางศิลปะนัก ถ้าหากไม่มาเป็นเด็กรับใช้ของเขา คงจะเอาดีด้านจิตรกรได้ไม่ยาก เขาเคยเสนอ แต่เด็กคนนี้ขอปฎิเสธ เพราะต้องการจะทดแทนบุญคุณ


เด็กชายยิ้มกว้าง ใบหน้าตกกระแดงขึ้นนิดเมื่อได้รับคำชมและคำขอบใจจากผู้เป็นนาย เขาเก็บปากกาขนนก หมึกและกระดาษให้เรียบร้อย แล้วยืนตัวตรงประสานมือรอคำสั่ง

“..ไปเรียกตัวทิลด้ามา”


“รับทราบ ท่านเซอร์ ข้าจะระวังตัว” เด็กชายโค้งแล้วรีบเดินออกไป ไม่จำเป็นต้องสั่งหรือบอกอะไรมาก เด็กคนนี้รู้ใจเขาดี และเป็นเด็กที่หัวไว


โอเวนยืนรออยู่เงียบๆพลางมองรูปเหมือนของฟลานน์ สิ่งที่จำเป็นคือหลักฐาน หรือข้อมูลที่จะมายืนยันข้อสงสัย ถ้าไม่มีอะไรก็ดีไป ถือว่าระวังไว้ก่อนจะสาย แต่ถ้าไม่..


ความคิดของโอเวนหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เขาวางรูปลงบนโต๊ะ แล้วหันไปเมื่อประตูเปิดออก เด็กรับใช้เดินนำเข้ามา พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง


นักรบแห่งเอียริ ทิลด้า ใบหน้าของนางนั้นจริงจังและสงบขรึมเสมอ ใบหน้าของนางนั้นสวยคม ไม่อ่อนหวานนุ่มนวลแต่ก็ไม่แข็งกระด้าง แต่งหน้าเสียอีกนิด แต่งตัวเสียอีกหน่อยนางจะสวยไม่แพ้ใคร


แต่ในความสวยงามของนางนั้น มีน้อยคนจะสังเกตว่าใบหน้านางมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับโอเวน รูปตาที่คมกริบ จมูกโด่งสวย และริมผีปากบางหยักได้รูป รวมถึงเรือนผมสีดำสนิท

แต่เพราะสีตาที่ต่างกัน เป็นสีเขียวคนละเฉด ผมของโอเวนหยักศกแต่ทิลด้านั้นผมตรง และโครงหน้าที่ต่างกันของเพศชายกับเพศหญิง หลายคนจึงไม่สังเกต


โอเวนมองเด็กรับใช้ของตนแล้วพยักหน้าให้ เด็กหนุ่มรีบก้มหัวรับแล้วออกไป ประตูบานใหญ่ปิดลง พร้อมกับเด็กชายที่เดินวนเวียนอยู่ข้างนอก คอยตรวจตราว่าจะมีใครผ่านมาหรือไม่ ทิ้ง’กงเล็บแห่งเอียริ’ทั้งสองไว้เพียงลำพัง

ทิลด้ามองตามเด็กรับใช้ที่ออกจากห้องไป หญิงสาวรอจนบานประตูนั้นปิดลงสนิท ดวงตาสีเทอร์ควอยส์จึงเบือนกลับมาสบกับดวงตาสีเขียวสดของอัศวิน

"..เรียกข้ามามีสิ่งใดให้รับใช้หรือคะ..." นักรบสาวทิ้งช่วงประโยคราวกับกำลังลังเลบางสิ่งเพียงชั่วแวบ "..ท่านโอเวน.."


เพียงเสี้ยววินาทีที่ดวงตาสีเขียวเสมองลงพื้นเมื่อได้ยินคำว่า'ท่านโอเวน' ก่อนจะสบตากับอีกคนตามเดิม เพียงกระพริบตาเท่านั้น เมื่อใดกันนะ..ที่ข้าจะได้ยินเจ้าเรียกว่าพี่..


"เจ้าได้ยินเรื่องของเด็กรับใช้ที่ก่อคดีน่าละอายกับสาวรับใช้ของเลดี้อิซาโบหรือไม่...." เขาเดินไปยังโต๊ะไม้ ที่ตั้งอยู่ริมห้อง

"ข้าทราบค่ะ.." ทิลด้ารับคำ สีหน้านางดูสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมานิด

"ข้าทราบมาว่า.. เด็กรับใช้คนนั้นโดนคุมตัวไว้ที่คุกอากาศ เพื่อรอให้เลดี้ตัดสินโทษด้วยตนเอง..."

"ใช่..อยู่ในการดูแลของอดัม" โอเวนมองเชิงเทียงบนโต๊ะ แล้วจ้องมองเข้าไปในเปลวไฟ เขาสงสัยเสมอว่าเปลวไฟมันมีอะไรดี อดัมถึงชอบจ้องมองมันนัก


ทุกคนล้วนรู้ว่าอดัมเป็นเด็กที่เขาเก็บมา ขอทานจากกัลล์ทาวน์ที่เขาช่วยมาจากพวกค้ามนุษย์ และพามายังคุกอากาศให้อยู่ในการดูแลของพัศดีคนเก่าและเป็นพัศดีคนปัจจุบัน

ทุกคนรู้ เหมือนที่รู้กันว่าชายหนุ่มคนนี้มีท่าทีที่แปลกพิกล จนเหมือนว่าเขาก็สติไม่ปกติเหมือนพวกนักโทษ


"อดัมได้บอกบางอย่างกับข้า...น้องสาว" เขาหันมามองทิลด้า "นักโทษคนใหม่ของเราดูมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล...น้องข้า และข้าไม่อยากจะปล่อยเรื่องให้ผ่านเลยไป"

"..เรื่องไม่ชอบมาพากลเหรอคะ ??" หญิงสาวขมวดคิ้วนิดพลางมองเขาเป็นเชิงถาม


"มันโวยวายขอเปลี่ยนห้อง..." เขาพูดเรียบๆ "ก็เป็นปกติที่มันจะโวยวาย...แต่ก็แปลก ตอนที่โวยวายดันมีนักโทษคนหนึ่งที่ส่งเสียงผสมโรงออกมา..แล้วก็แปลก...ที่พอได้ยินเสียงนักโทษคนนั้น มันก็สงบลงและชี้ห้องขังที่ต้องการได้ในทันที" โอเวนจ้องมองใบหน้า'น้องสาว'ของตน


"เจ้าคิดว่ายังไง"


หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง โอเวนมองนิ้วเรียวนั้นไล้ไปตามขนนกที่ห้อยคอ เขาสังเกตดูว่าหญิงสาวชอบจะทำแบบนี้ยามใช้ความคิด เหมือนเขาที่ชอบลูบคางตัวเอง

"...หรือว่า.. สิ่งที่มันต้องการหาไม่ใช่ห้องขัง.. แต่เป็นนักโทษในนั้น..."


โอเวนยิ้มบางๆเหมือนถูกใจในความหัวไวของทิลด้า

"อังเดรย์ ดอนไนเกอร์..." เขาบอกชื่อของนักโทษในห้องขังแบบเรียบๆ "นี่คือแห่งที่ข้าระแวงสงสัย.."

"..ดอนไนเกอร์.... อังเดรย์..." หญิงสาวทวนชื่อนั้นเบาๆ นางทำหน้าคิดอยู่ครู่ก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก "ข้าได้ยินมาว่าอังเดรย์ ดอนไนเกอร์สติวิปลาศไปแล้ว..." ดวงตาสีเขียวอมฟ้าเบือนขึ้นมองดวงตาสีเขียวเหลือบเหลือง

"หรือท่านกำลังสงสัยว่าแท้จริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น ??"


"อาจจะบ้าไปแล้ว...หรืออาจจะไม่...นักโทษที่สติดีๆในคุกอากาศนั่นมีไม่มาก..." โอเวนยกมือไล้ขนอันนุ่มลื่นของดาร์กไนท์อย่างแผ่วเบา "..ข้าไม่อยากจะกังวลเกินเหตุ แต่ก็ไม่อยากจะปล่อยผ่านไป...เราได้เสียคนเก่งที่มีอนาคตไกลไปแล้วเมื่ออดีต ข้าไม่อยากให้มันเกิดอะไรแบบนี้อีก"

สายตาของโอเวนอ่อนลงนิดเมื่อคิดถึงคนๆนึง


เฟรดริก เดรลล์


อัศวินหนุ่มอนาคตไกล.. ทั้งฝีมือในการรบและความสามารถไม่เป็นรองใคร ทั้งหัวใจที่ภักดีและความจริงจังในหน้าที่ แต่ก็เป็นมิตรกับทุกคน สมบูรณ์แบบ ทั้งรูปลักษณ์ ความสามารถและนิสัย

หลายคนรักเฟรดริก หากเด็กคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ โอเวนก็รู้สึกวางใจ ว่าถ้าตนเป็นอะไรไปตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์จะมีคนรับช่วงต่อ


แต่เด็กดีที่มีความสามารถก็จากไปแล้วอย่างน่าเสียดาย เหลือเพียงแต่น้องชาย วินฟรีด เดรลล์


วินฟรีดร่างกายอ่อนแอมาแต่เด็ก แม้พอเติบโตจะมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นและมีฝีมือในการต่อสู้ แต่ทุกคนพูดเสมอว่าเก่งได้ไม่ถึงครึ่งของพี่ชาย บางคนเปรียบเทียบเขากับพี่ชาย บางคนสงสารเขาที่ต้องมารับแรงกดดัน แต่หลายคนมองไม่เห็นวินฟรีดในสายตาด้วยซ้ำ


แต่โอเวนไม่ได้คิดว่าวินฟรีดน่าสงสารหรือจำเป็นจะต้องเอาไปเทียบกับเฟรดริก เด็กคนนี้ไม่เหมือนพี่ชาย เขาก็มีแนวทางในการเป็นอัศวินที่ไม่เหมือนใคร และจะไปได้ดีในแนวทางของตัวเองด้วย


"ท่านคิดว่าควรทำอย่างไรต่อไปดีคะ.." ทิลด้าถาม โอเวนหยิบกระดาษขึ้นมา

"ข้าต้องการให้เจ้าไปสืบเรื่องนี้ น้องข้า...ข้าอยู่ในที่แจ้งเกินกว่าจะเคลื่อนไหวเอง ข้าคือเงาของลอร์ดอิลเก...มีหน้าที่พิทักษ์ลอร์ดแห่งเอียริ" เขาพูด แล้วส่งกระดาษสเก็ตซ์ใบหน้าของฟรานน์ให้ทิลด้า

"ไปถามข้อมูลเกี่ยวกับชายคนนี้มา...และถ้าเป็นไปได้ จงสืบเรื่องของดอนไนเกอร์...ผู้นำตระกูลของดอนไนเกอร์เพิ่งจะเปลี่ยนไปไม่นาน..."

"ข้าจะรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด.." ทิลด้ารับรูปสเก็ตซ์นั้นมาก่อนจะเงยหน้ามองเขา "และทุกอย่างจะเป็นความลับค่ะ.." โอเวนพยักหน้ารับ


"ใช่..ทุกอย่างต้องเป็นความลับ และจงระวังให้มาก..." เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เขาเชื่อใจในฝีมือ’นักรบ’ของนางเสมอ แต่อย่างไร..เขาก็ห่วง ในฐานะพี่ชาย..

"ถ้าหากมันมีความเกี่ยวโยงกันจริง...การจะปิดปากผู้ล่วงรู้ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงใดๆ"

"รับทราบค่ะ ข้าจะระวังตัว" โอเวนพยักหน้าคำพูดที่หนักแน่นของนักรบสาว


แม้จะไม่โง่เง่าไร้ปัญญาแต่เขาไม่ใช่คนฉลาดเท่าที่หลายคนคิด เขารู้สึกตนยังอ่านอะไรหลายอย่างไม่ออก ราวกับพระชรตีตัวแทนแห่งสติปัญญา ยังไม่ฉายแสงแห่งการรู้แจ้งให้แก่เขามากนัก


เขาตามความคิดของอิลเกและนาอิมไม่ทัน ภายใต้ท่าทีสงบและเรียบเฉยของอิซาโบและวินฟรีด เขาอ่านมันไม่ออก ยิ่งท่าทีรื่นเริงสนุกสนานของอดัมแล้ว เขายิ่งไม่เข้าใจ

แต่เขาอยากจะเข้าใจ เท่าที่สมองของตนจะเข้าใจมันได้


แสงจากโคมตะเกียงแห่งพระชรตียังฉายแสงให้เขา แม้ไม่มาก แต่มันยังพอนำทางให้เขาพอจะมองทางเดินเบื้องหน้าได้ เพื่อให้ก้าวไปโดยไม่หลุดออกจากเส้นทาง


และถ้าไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง เขารู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าดูดีใจในความเชื่อใจและความเป็นห่วงของตน


"ไปได้แล้ว..." พูดสั้นๆเพียงเท่านั้น อยู่ดีๆโอเวนก็รู้สึกว่าตนนั้นไร้ปัญญาเสียจริงที่ไม่อาจหาคำพูดใดมาพูด

"ค่ะ.." ทิลด้าโค้งให้โอเวนเป็นเชิงลา เขาพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนจะโบกมือให้เธอ แล้วหันไปสนใจเหยี่ยวของตนเองต่อ


นางคือน้องสาวของเขา...นางคือนักรบของเขา ไม่ว่าจะในฐานะไหน เขาก็เชื่อมั่นในตัวทิลด้าเสมอ และเช่นกัน... ไม่ว่าจะในฐานะอัศวิน หรือในฐานะพี่ชาย เขาก็ห่วงใยนางเสมอ และอธิษฐานต่อพระวีระ


จงมอบชัยแก่นาง และมอบพลังให้แก่นางในการจะฟาดฟันกับทุกสิ่งที่เข้ามาทำร้ายนาง พระวีระผู้หาญกล้าแข็งแกร่ง โปรดมอบพลังให้แก่นางด้วยเถิด..


นักรบสาวเปิดประตูออกไป เด็กชายจึงเข้ามาแทนพร้อมปิดประตู โอเวนลูบคอดาร์กไนท์เบาๆเป็นเชิงปลุกให้มันตื่น มันมองโอเวนแบบตาปรือๆ ก่อนจะกระโดดเกาะแขนเขาแล้วหลับตาต่อ


“..เจ้าคงเพลียมากแล้ว..วันนี้วิ่งวุ่นตามข้าทั้งวัน” โอเวนหันพูดกับเด็กรับใช้ของตน

“ไม่เลย ท่านเซอร์ ข้าคือเด็กรับใช้ของท่าน” เด็กหนุ่มที่อายุเพิ่งจะย่างเข้าวัยรุ่นตอบอย่างขึงขัง โอเวนพยักหน้ารับแล้วมองท่าทีที่เหมือนจะง่วงนิดๆของเด็กชาย เขายกมือลูบหัวอีกคนเบาๆ  

“ข้าง่วงแล้ว...กลับกันเถอะ” แล้วเดินนำออกไป เด็กชายขานรับเบาๆแล้วรีบเดินไป


นี่ยังเป็นเพียงแค่คืนแรกเท่านั้น...

 
----------------
 
 
ผลลัพธ์: Vit -15% Money +120
 


------------------
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 25,264 ตัว

รวมทั้งหมด 25264/7 = 3609.14
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 500

#1 By EGoT on 2013-08-15 21:25